ซานหยวนปุ๊ป้ายเนี่ย มันไม่ได้แค่ดูทิศทางอย่างเดียว แต่มันคำนวณจาก "ยุค" (อวิ๋น) ซึ่งแต่ละยุคมีพลังงานที่แตกต่างกันไป มันแบ่งเป็น 3 หยวนใหญ่ (ซานหยวน) และในแต่ละหยวนใหญ่ก็มี 3 ยุคเล็ก (เก้ายุค) รวมเป็น 9 ยุค วนเวียนไปทุกๆ 20 ปี พลังงานที่เข้ามาในแต่ละยุคก็จะไม่เหมือนกันเป๊ะๆ
หลักๆ แล้ว ซานหยวนปุ๊ป้ายจะใช้ "ดาวเหิน" (เฟยซิง) หรือ Flying Stars มาคำนวณพลังงานที่หมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ของบ้าน หรืออาคาร ไม่ว่าจะเป็นดาวประจำทิศ ประจำประตู ประจำห้อง หรือแม้กระทั่งดาวประจำยุคของบ้านเอง ทำให้เราสามารถรู้ได้ว่าช่วงไหน ทิศไหน มีพลังงานดีส่งเสริม หรือพลังงานไม่ดีที่ต้องระวัง
หลายคนจัดบ้านสวย ซื้อของมงคลครบ แต่ชีวิตยังเหนื่อยเท่าเดิม บางทีปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสวยงามของบ้าน แต่อยู่ที่พลังของพื้นที่ที่ยังไม่ลงตัว ฮวงจุ้ยที่แท้จริงคือการจัดพลังให้สอดคล้องกับชีวิต ไม่ใช่แค่ตกแต่งให้ดูดี
เจ้าสัวหรือนักธุรกิจที่ต้องการความสำเร็จอย่างยั่งยืน มักจะใช้ฮวงจุ้ยทั้งสองแบบควบคู่กันไป เพราะแบบสถิตคือรากฐานที่แข็งแกร่ง ส่วนแบบพลวัตคือการปรับจูนให้เข้ากับกระแสพลังงานที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทำให้ธุรกิจรุ่งเรืองไม่ว่าจะยุคไหนๆ นั่นเอง!
เรื่องนี้มันมีเหตุผลลึกซึ้งมากๆ ว่าทำไมเจ้าสัว หรือนักธุรกิจระดับมังกรเศรษฐีทั้งหลายถึงเลือกใช้ฮวงจุ้ยแบบซานหยวนปุ๊ป้าย ไม่ใช่แค่ฮวงจุ้ยทั่วไปที่ดูแค่ของตกแต่งหรือทิศทางแบบผิวเผินนะ
คุณเคยไหม? นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น ตื่นมาแล้วรู้สึกเพลีย เงินทองติดขัด ความรักไม่ราบรื่น ทะเลาะกับคนในบ้านบ่อยๆ?
อยากจะแชร์ประสบการณ์ในการใช้ฤกษ์มงคลค่ะอาจารย์ คุยตกลงเรื่องผลประโยชน์ที่คุยมาสองเดือน หาข้อสรุปไม่ได้สักที จนใช้ฤกษ์ตามปฏิทินในการส่งอีเมล์เสนอข้อตกลงไปใหม่ติดต่อไป ผลปรากฏว่า เขาตกลงกับข้อเรียกร้องที่เราขอไปทุกอย่างแบบง่ายๆค่ะ..เจ๋งจริงค่ะ ยังงงๆอยู่ แต่ก็อยากให้ทุกคนลองใช้ดูนะคะ
15 พ.ค. 2566
Copyrights © 2020 . All Rights Reserved.